Skip to Menu Skip to Search Contact Us Thailand Websites & Languages Skip to Content

The Application of Good Labour Practices Guidelines and Thai Labour Standard Requirements on Forced Labour in the Business Establishments การประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี และข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทย มรท.8001-2563 ด้านการบังคับใช้แรงงานในสถานประกอบกิจการ

The timing of the 12th Economic and Social Development Plan (2017-2021) is very challenging for Thailand; that is, substantial adjustments needed to be undertaken to facilitate the acceleration of development of science, technology, research and development, and innovation to become a main propelling factor for all aspects of development essential to the enhancement of Thailand's competitiveness in the midst of increasingly intense competition in global market. Nevertheless, the limitations, such as low quality of work life of the labour; lack of knowledge, skills and attitudes in majority of the labour; lack of social quality; and high inequality continue to pose obstacles to the country's development.        
 
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) นับเป็นจังหวะเวลาที่ท้าทายอย่างมากที่ประเทศไทย ต้องปรับตัวขนานใหญ่ โดยจะต้องเร่งพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และพัฒนา และนวัตกรรม ให้เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกด้าน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงมากขึ้น แต่ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น คุณภาพชีวิตการทำงานของแรงงานไทยยังต่ำ แรงงานส่วนใหญ่ขาดความรู้ ทักษะ และทัศนคติ สังคมขาดคุณภาพ และมีความเหลื่อมล้ำสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาประเทศ เป็นต้น

Working is vital to people's lives. It can be said that working is part of life that people engage in more than any other activities, especially in today's society where, at least a third of our lives are spent working in factories or offices. Furthermore, it is estimated that in the future, people will need to spend more time working; as a result, quality of working life is particularly important; it is a factor that aims at the types of work that satisfy personal needs and desires, and induce good feeling toward oneself, work, as well as building good relationship toward the business establishment. Creating quality of working life is therefore essential; it affects working that can lead to achieving work effectiveness and business establishment's goal.

If all business establishments consider developing and promoting, and embrace quality of work life, it would as well exert positive effects on Thailand's overall economy. As a developing country, it is imperative that Thailand should give priority to improving quality of working life and raising Thai labour standards to the level on par with international labour standards adopted in many countries. Through this article, I would like to present the issue concerning the application of the Thai Labour Standard Requirements (TLS 8001-2020) on Forced Labour in Business Establishments.


การทำงานมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง อาจกล่าวได้ว่าการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ปฏิบัติมากกว่ากิจกรรมใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบัน คาดกันว่ามนุษย์ได้ใช้เวลาถึงหนึ่งในสามของชีวิตเป็นอย่างน้อยอยู่ในโรงงาน หรือ สำนักงาน และยังเชื่อว่าในอนาคตมนุษย์จำเป็นต้องใช้เวลาของชีวิตเกี่ยวข้องกับการทำงานเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นคุณภาพชีวิตการทํางาน จึงมีความสำคัญ และเป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งมุ่งเน้นในลักษณะการทํางานที่ตอบสนองความต้องการ และความปรารถนาของบุคคลที่ทําให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ความรู้สึกที่ดีต่องาน และทําให้เกิดความผูกพันที่ดีต่อสถานประกอบกิจการ ซึ่งการสร้างคุณภาพชีวิตการทํางานจึงเป็นสิ่งจําเป็น และมีความสําคัญมาก เพราะส่งผลต่อการทํางาน นําไปสู่ประสิทธิภาพของงาน และการบรรลุเป้าหมายของสถานประกอบกิจการ 

หากสถานประกอบกิจการทุกแห่งคํานึงถึงการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตการทํางานแล้ว ย่อมจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยอีกด้วย สำหรับประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงาน และมาตรฐานแรงงานไทย เพื่อให้มีมาตรฐานแรงงานที่ทัดเทียมกับมาตรฐานแรงงานสากลของนานาประเทศ บทความนี้ จึงใคร่ขอนำเสนอประเด็น เรื่องการประยุกต์ใช้ข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทย มรท.8001-2563 ด้านการบังคับใช้แรงงาน ในสถานประกอบกิจการ


Given the above-mentioned significance of improving quality of work life of the labour through the Thai Labour Standard Requirements (TLS 8001-2020), the considers this Labour Standard to be essential as the labour in business establishments is a key instrumental in driving Thailand's economy. Learning and studying this Thai Labour Standard Requirements will facilitate the business establishments' gaining of proper understanding of the requirements, as well as enabling them to conduct reviews of the labour treatment, and to comply with the relevant labour laws, rules and regulations, and practices. 

จากทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น ถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของแรงงาน ด้วยข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทย มรท.8001-2563 เห็นว่ามาตรฐานแรงงานนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากแรงงานในสถานประกอบกิจการมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นชีวิตการทำงานที่น่าสนใจมากในเรื่องการบังคับใช้แรงงาน การเรียนรู้ และศึกษาข้อกำหนดในมาตรฐานแรงงานไทยนี้ จะช่วยให้สถานประกอบกิจการดังกล่าว มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และทำให้สถานประกอบกิจการ สามารถดำเนินการพิจารณาทบทวนการปฏิบัติต่อแรงงานให้สอดคล้องตามกฎหมายแรงงาน กฎระเบียบมาตรฐานต่าง ๆ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องได้ 

Consequently, the guidelines for Good Labour Practices Guidelines and Thai Labour Standard Requirements (TLS 8001-2020) on Forced Labour are important to improving quality of life of the labour. Forced Labour is any work or service which is exacted from any person by subtle means or justifications for punishment, coercion, threat and intimidation, and for which the person has not offered himself or herself voluntarily. Forced Labour is a violation of basic human right to work in freedom and freely choose one’s work. 
แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี และข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทย มรท.8001-2563 ด้านการบังคับใช้แรงงาน จึงเป็นอีกหนึ่งข้อกำหนดที่มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงาน โดยการบังคับใช้แรงงาน คือ งานที่บุคคลทำงานด้วยความไม่สมัครใจ โดยอาศัยวิธีการ หรือ อ้างเหตุ เพื่อการลงโทษ หรือ การบีบบังคับ การข่มขู่ การข่มขืนใจให้ทำงาน หรือ ให้บริการ เป็นผลให้บุคคลทำงานอย่างไม่เต็มใจ หรือ โดยทำให้บุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การบังคับใช้แรงงานดังกล่าว จึงเป็นการฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับเสรีภาพในการทำงาน และอิสรภาพในการเลือกงาน 

The two key elements that characterise and indicates the Forced Labour situations include: 
 - Threat of Penalty: employees must be penalized or under threat and intimidation 
 - Work or Service Undertaken Involuntarily: employees have not voluntarily accepted the assignments

การบังคับใช้แรงงาน จะเกิดขึ้นได้ต้องมีองค์ประกอบหลัก 2 ส่วน ที่บ่งบอกว่าเข้าข่ายแรงงานบังคับ ได้แก่ 
 - องค์ประกอบที่หนึ่ง คือ ลูกจ้างต้องได้รับการลงโทษ หรือ การถูกคุกคาม ข่มขู่  
 - องค์ประกอบที่สอง คือ ลูกจ้างไม่ยอมรับงานที่มอบหมายด้วยความสมัครใจ เป็นต้น 

The following provides a list of examples to illustrate the first key element, “Threat of Penalty”: 
ตัวอย่างการลงโทษ ซึ่งอาจเข้าข่ายการสร้างเงื่อนไขการบังคับใช้แรงงาน หรือ การบังคับข่มขู่ มีดังนี้

1.  Restriction on freedom of movement, such as prohibiting employees from leaving the workplace, or the accommodation. การจำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนย้าย เช่น ห้ามลูกจ้างออกจากสถานที่ทำงาน หรือ ห้ามออกจากที่พัก เป็นต้น

2.  Financial penalties, such as debt bondage, or late wage payment to obligate employee to continue working. การลงโทษทางการเงิน เช่น ก่อภาระหนี้ผูกพันให้กับลูกจ้าง หรือ จ่ายค่าจ้างล่าช้าเพื่อเป็นข้อผูกมัดให้ทำงานต่อไป เป็นต้น   

3.  Threats, physical violence (battering or sexual harassment). การข่มขู่ และการใช้ความรุนแรง (การทุบตี หรือ การล่วงละเมิดทางเพศ)

4.  Threatening to report to authorities (police, immigration, etc.) การข่มขู่ลูกจ้างว่าจะแจ้งตำรวจ หรือ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง)

5.  Intimidation or conspiracy to repatriate employee (such as illegal migrant workers) to the home country. การข่มขู่ และ/หรือ การสมรู้ร่วมคิดว่าจะส่งตัวกลับประเทศ เช่น กรณีแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง เป็นต้น

6.  Retention of employee personal documents, such as passport, work permit, or other personal documents. การเก็บยึดเอกสารส่วนบุคคลของลูกจ้าง อาทิเช่น หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตการทำงาน หรือ เอกสารประจำตัว เป็นต้น

7.  Termination or exclusion from future employment. การเลิกจ้าง หรือ การกีดกันลูกจ้างจากการจ้างงานในอนาคต

8.  Exclusion from community and social life. การกีดกันลูกจ้างจากชีวิตในชุมชน และสังคม 

9.  Deprivation of rights and benefits, food, temporary shelter, or other necessities. การลิดรอนสิทธิ และผลประโยชน์อื่นใด และการปฏิเสธในการให้อาหาร ที่พักชั่วคราว และสิ่งอื่น ๆ ที่จำเป็น

10. Shift to even worse working conditions. การโยกย้ายคนงานไปทำงานที่มีสภาพการทำงานที่เลวร้าย และเป็นอันตรายไม่เหมาะสม


The second key element, "Work or service undertaken involuntarily." - employees have not voluntarily accepted the assignments - employees shall have freedom to accept and quit the job; and to leave the workplace at any time. Determining whether employees have offered himself/herself voluntarily often involves the issue of employee vulnerability, including external and indirect pressures affecting employees' decisions of assignment refusal, such as the withholding of wages, or retention of personal documents, such as employee passport.               

องค์ประกอบที่สอง คือ ลูกจ้างไม่ยอมรับงานที่มอบหมายด้วยความสมัครใจ ลูกจ้างต้องมีเสรีภาพในการรับงาน และมีเสรีภาพในการออกจากการทำงาน และสถานที่ทำงาน ตลอดเวลาการตัดสินว่าลูกจ้างมีความสมัครใจในการทำงานหรือไม่ มักจะมีประเด็นความเปราะบางของลูกจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงความกดดันจากภายนอก และความกดดันทางอ้อม ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกจ้างในการปฏิเสธงาน ยกตัวอย่างเช่น การไม่จ่ายค่าจ้าง หรือ การเก็บยึดเอกสารประจำตัว หรือ หนังสือเดินทางของลูกจ้าง เป็นต้น

Business establishments need to understand the two key elements causing Forced Labour referred to above, particularly when hiring migrant workers, for which the business establishments need to ensure that:
workers do not fall within the scope of Forced Labour, nor being under Forced Labour conditions. 
workers are provided with open, transparent, and clear written communications regarding conditions of employment, wage payment; freedom to choose work, including written employment contract.   
In the case of employment termination, workers are provided with employment termination reasons and the outstanding wages are paid to the workers as stipulated by the labour law. 

สถานประกอบกิจการ ต้องเข้าใจองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดการบังคับใช้แรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจ้างแรงงานต่างด้าว ซึ่งต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่า ลูกจ้างไม่ได้เข้าข่าย หรือ อยู่ในสภาพการถูกบังคับใช้แรงงาน อีกทั้งต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่า มีการสื่อสารให้ลูกจ้างเข้าใจในที่เปิดเผย มีความโปร่งใส และมีความชัดเจนในสภาพการทำงาน รวมถึงการจ่ายค่าจ้าง และลูกจ้างมีเสรีภาพในการเลือกทำงาน นายจ้างทำสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษร โดยลูกจ้างสามารถเข้าใจ และรับทราบสภาพการทำงานที่ชัดเจน สำหรับกรณีสิ้นสุดการจ้างให้ก็ต้องอธิบายเหตุผลของการบอกเลิกจ้าง และจ่ายค่าจ้างที่ยังค้างอยู่ให้กับลูกจ้างตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด 

With the foregoing in mind, migrant workers are vulnerable and at-risk group that may easily falls within the scope of Forced Labour. Moreover, Forced Labour can include forced overtime, where workers are forced to work overtime by means of economic coercion, such as specifying normal daily working hours of over 8 hours or more than 48 hours a week; workers are forced to work overtime on holidays, or holiday overtime work of more than 36 hours a week. 

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ลูกจ้างต่างด้าว จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่มีความเปราะบาง จึงอาจจะเข้าข่ายการบังคับใช้แรงงานได้โดยง่าย นอกจากนี้การบังคับใช้แรงงาน ยังสามารถหมายถึง ลูกจ้างที่ถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลาโดยการถูกบีบบังคับทางเศรษฐกิจด้วย เช่น มีการกำหนดชั่วโมงการทำงานปกติ เกินกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ เกินกว่า 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และลูกจ้างถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือ ทำงานล่วงเวลาในวันหยุดเกินกว่า 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นต้น 

Conclusion

The application of Good Labour Practices Guidelines and Thai Labour Standard Requirement (TLS 8001-2020) is clearly evident on the matter regarding identification of risk factors that fall within the scope of Forced Labour and human-trafficking crime. For this reason, business establishments need to be aware of the situations falling within the scope of Forced Labour and the cases that can potentially lead to falling within the scope of human trafficking under Thai Labor Standard Requirements, including labour treatment in accordance with the labour law, rules and regulations, standards, and relevant international practices, covering the labour of  business establishments, suppliers, subcontractors, and contractors working in the business establishments, as well as promoting, developing quality of life of the labour resulting in global customers and consumers' trust that Thai goods and products are ethically produced; that is, the goods and products are from the production process that focuses on appropriate, fair and equal labour treatment and management in accordance with the principal of law and the internationally recognized standards.                    

บทสรุป

การประยุกต์ใช้ตามแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี และข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทยนั้น เห็นได้อย่างชัดเจนในเรื่องการระบุถึงปัจจัยเสี่ยง ที่เข้าข่ายการบังคับใช้แรงงาน และการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์เป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่สถานประกอบกิจการ จะต้องรับทราบสถานการณ์ที่เข้าข่ายการบังคับใช้แรงงาน และกรณีที่มีความเป็นไปได้ที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์  และภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทย รวมถึงการปฏิบัติต่อแรงงานตามกฎหมายแรงงาน กฎระเบียบ มาตรฐาน และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมถึงแรงงานของสถานประกอบกิจการ และแรงงานของผู้ส่งมอบ ผู้รับเหมาช่วง และผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ รวมถึงการผลักดันส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงาน ส่งผลให้ลูกค้า และผู้บริโภคทั่วโลก เชื่อมั่นว่าสินค้า และผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย มาจากกระบวนการผลิตที่มีการดูแล และบริหารแรงงานที่ดี เป็นธรรม และเสมอภาค ตามหลักกฎหมาย และมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล

 

Written by Mr. Thanatip Promkoh, Lead auditor

จัดทำโดย คุณนายธนาธิป พรหมเกาะ หัวหน้าผู้ตรวจประเมินมาตรฐานแรงงานไทย

Find more information at cbe.thailand@sgs.com

 

About Us

We are SGS – the world’s leading testing, inspection and certification company. We are recognized as the global benchmark for quality and integrity. Our 89,000 employees operate a network of 2,600 offices and laboratories, working together to enable a better, safer and more interconnected world.